5. จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัสผลิตโดยใคร?
ผลิตโดยผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพ จากคณะเทคโนโลยีชีวภาพมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
6. จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัสได้รับตรวจสอบคุณภาพจากที่ใดบ้าง?
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และ สถาบันบริการผลิตภัณฑ์และตรวจสอบเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
7. จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัสผลิตอย่างไร?
ใช้เทคโนโลยีชีวภาพการหมักขั้นสูง (Advance Biotechnology) ที่มีระบบถังหมัก (Fermentor) แบบทันสมัยโดยใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์บริสุทธิ์ (Pure Culture) อาหารเลี้ยงเชื้อสูตรเฉพาะ (Specific Nutrients) ที่สภาวะ แวดล้อม (Environment) อุณหภูมิ (Temperature) และความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) เฉพาะของจุลินทรีย์แต่ละตัว
ผู้เชี่ยวชาญของเราได้คัดแยกจุลินทรีย์หลังจากตรวจสอบจุลินทรีย์เป็นหลายพันตัวอย่าง จุลินทรีย์จึงถูกคัดเลือกเป็นพิเศษ และพิถีพิถันเนื่องจากต้องการพันธุ์ชั้นดีในการย่อยสลายของเสีย, สามารถกําจัดกลิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นยังต้องทนต่อสภาพน้ำเสียและสภาพแวดลอมต่างๆ ของบ่อบําบัดได้ดี
8. จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัสควรเก็บอย่างไร?
ควรเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง (ไม่ควรเกิน 37 องศาเซลเซียส) หากเก็บโดยไม่เปิดฝาสามารเก็บได้นาน 2 ปี และควรให้ห่างเด็ก สัตว์เลี้ยง แสงแดด และ ความร้อน
9. จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัสคัดสายพันธุ์แล้วเกี่ยวข้องกับการบําบัดน้ำเสียอย่างไร?
จุลินทรีย์แต่ละสายพันธุ์มีประสิทธิภาพในการย่อยสลายของเสียต่างกัน จึงต้องคัดเลือกสายพันธุ์ให้เหมาะกับน้ำเสีย เราจึงได้คัดสรรหัวเชื้อจุลินทรีย์ ที่เหมาะสมกับปริมาณและชนิดของน้ําเสียของท่านเป็นการเฉพาะ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถทํางานในระบบบําบัดน้ำเสียของท่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
10. ทําไมถึงต้องเติมจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัสต่อเนื่องเพราะระบบบําบัดน้ำเสียเดิมก็ใช้ได้อยู่แล้ว?
มีองค์ประกอบที่จะต้องพิจารณาหลายประการดังนี้
สําหรับอุตสาหกรรม
1. จุลินทรีย์ทีมีอยู่ในระบบบําบัดน้ำเสียนั้นส่วนใหญ่จะมีจํานวนน้อยมากต้องใช้เวลานานในการขยายตัวเพื่อเพิ่มปริมาณให้เพียงพอต่อสภาพน้ำเสีย
2. การกลายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา โดยจะทําให้ประสิทธิภาพด้อยลงกว่าเดิมจึงทําให้การบําบัดเป็นไปได้ช้า
3. ที่สําคัญกลุ่มจุลินทรีย์บางครั้งไม่มีความหลากหลายพอจึงทําให้ไม่สามารถย่อยสลายของเสียได้
สําหรับครัวเรือน
1.จุลินทรีย์ที่มีอยู่ตามธรรมชาติในถังบําบัด (Septic Tank) มีจํานวนน้อย
2.จุลินทรีย์กลายพันธุ์
3.ที่สําคัญจํานวนจุลินทรีย์จะค่อยๆ ลดลงเนื่องจากสารเคมีที่ไหลลงสู่ถังบําบัดจาก น้ํายาล้างจาน น้ำยาล้างสุขภัณฑ์ยาสระผม สบู่ ผงซักฟอก ฯลฯ
11. จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัสขยายตัวเพิ่มขึ้นในระบบอยู่แล้ว ทำไมจึงต้องเติมต่อเนื่อง ?
ใช่ จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียจะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตามหากไม่มีการเติมอย่างสม่ำเสมอ เมื่อเวลาผ่านไปจะมีปัจจัยหลายประการทําให้ จํานวนจุลินทรีย์ลดลง ตัวอย่างเช่น ในระบบ Septic Tank (บ้านเรือน) สารเคมีจากน้ํายาทําความสะอาด ห้องน้ำ, น้ํายาล้างจาน, สบู่, ยาสีฟัน, ผงซักฟอก ส่งผลให้
1. ความเข้มข้นของจุลินทรีย์ที่มีอยู่เดิมน้อยลง
2. เริ่มมีกลิ่นเหม็นอับย้อนตามท่อขึ้นมาในห้องน้ำและห้องพัก ซึ่งจะทําให้สภาวะแวดล้อมของที่พักไม่ดีและสุดท้ายก็จะทําให้เกิดท่อน้ำตัน ห้องน้ำเต็ม หรือส้วมเต็มในที่สุด
12. ใช้ระยะเวลานานเท่าใดจํานวนจุลินทรีย์จึงจะเริ่มลดลง?
จากการวิจัยพบว่าภายใน 10-14 วัน หลังจากใช้งานจะเริ่มลดลงและอาจจะหมดภายใน 6 สัปดาห์
13. เราพยายามเติมเอ็นไซม์แล้วแต่ไม่ได้ผลแล้วจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัสจะทําได้อย่างไร?
อย่างแรกเลย Nano Plus คือจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียที่มีความเข้มข้นสูงไม่ใช่เอ็นไซม์ เอ็นไซม์เป็นโปรตีนที่เร่งการทําปฏิกิริยา ซึ่งมีผลดีในการช่วยเสริมการบําบัดเฉพาะบางอย่างเท่านั้นเอง
จุลินทรีย์ประกอบด้วยเซลล์อยู่ภายในผนังด้านนอก คล้ายล้อรถที่มียางใน ตัวยางในเปรียบเหมือนจุลินทรีย์ จะไม่เหมือนยางรถตรงที่ผนังเป็นรูพรุน ซึ่งจะทําให้โมเลกุลสามารถผ่านเข้ามาในเซลล์ได้
จุลินทรีย์ไม่มีปากผนังด้านนอก จะอนุญาตให้โมเลกุลที่เล็กกว่าผ่านเข้ามาได้ง่าย ในขณะที่โมเลกุลที่ใหญ่กว่าจะเข้ามาไม่ได้ สารอาหารของจุลินทรีย์จะต้องถูกแปรเปลี่ยนให้มีโมเลกุลที่เล็กพอที่จะผ่านรูพรุนเข้าไปในเซลล์ได้ สารอาหารเหล่านั้นก็คือ ของเสียที่ปนเปื่อนที่มีอยู่ในน้ำเสียนั้นเอง
14. เติมจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัสเมื่อเกิดปัญหาได้หรือไม่?
เพื่อการบําบัดได้อย่างรวดเร็วและป้องกันระบบบําบัดน้ำเสียล้มเหลว จึงควรเติมจุลินทรีย์ให้เพียงพอและเป็นประจําเพื่อเป็นการรักษาจํานวน เพราะการเติมเป็นประจําจะทําให้การขจัดสารปนเปื้อนในน้ำเสียเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องและสามารถรับภาระน้ำเสียที่สูงขึ้นทันทีหรือมีความสกปรกมากขึ้นได้
15. ควรใส่จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัสเข้าไปในระบบบริเวณใดเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด?
ควรใส่ในระบบ ณ จุดที่มีสภาวะการบําบัดทางชีววิทยาที่มีสภาวะเหมาะสมต่อกระบวนการทางชีววิทยา ดังนี้
1. มีสภาพความเป็นกรด - ด่าง (pH) ปานกลาง 5.5 - 8.5
2. อุณหภูมิช่วง 12 C - 40 C
3. ออกซิเจนเหมาะสม (แบบใช้อากาศ) ทั้งนี้หากสภาพทุกอย่างเหมาะสมก็จะทํางานได้เต็มที่
4. สารอาหารที่ดีและเหมาะสม ดังนั้นเราจึงมีอาหารเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์เพื่อเป็นสารอาหารให้จุลินทรีย์
16. ทําไมต้องเติมจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัสจํานวนมาก?
ความสําเร็จของการใส่จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียมีปัจจัยสําคัญ 2 ประการ คือ
1. จุลินทรีย์ต้องมีคุณภาพสูงและหลากหลายสายพันธุ์ (Quality) เพื่อย่อยสลายของเสียได้หมดในสภาพน้ำเสียต่าง ๆ (เช่น ไขมัน โปรตีน แป่ง เซลลูโลส แอมโมเนีย กากตะกอนและสารแขวนลอย)
2. จุลินทรีย์ต้องมีความเข้มข้นหรือจํานวนมากพอ (Quantity) เพื่อให้สามารถทําการกําจัดของเสียทั้งหมดได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว
โดยปกติจุลินทรีย์จะกินของเสียที่ง่ายก่อน ซึ่งอาจจะไม่ใช่ของเสียที่เราต้องการกําจัดออกไปตราบจนของเสียที่สลายยากเหลืออยู่มันจึงจะเข้าไปจัดการย่อยสลายของเสียเหล่านั้นต่อไป นั่นหมายถึงต้องมีจํานวนจุลินทรีย์ที่มากพอในการที่จะกําจัดของเสียในบ่อบําบัด
17. น้ำที่ผ่านการบําบัดแล้วจะมีสีน้ำตาลของกากน้ำตาลรึเปล่า?
ไม่ใช่ เนื่องจากปริมาณการใช้จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัสของเรามีอัตราส่วน 1 ลิตรต่อน้ำเสีย 10,000 ลิตร ดังนั้นสีของกากน้ำตาลจะเจือจางลงไปตามปริมาณของน้ำ
18. สลัดจ์จะมีสีอะไร เป็นสีน้ำตาลของกากน้ำตาลรึเปล่า?
โดยธรรมชาติของสลัดจ์จะเป็นสีน้ำตาล เนื่องจากสลัดจ์ที่เกิดจากสารอินทรีย์ (Organic Sludge) เป็นตะกอนสด (Fresh Sludge) จะสีออกน้ำตาล มีกลิ่นไม่รุนแรง และมีสารอินทรีย์สูง ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับกากน้ำตาล แต่อย่างใด