จำหน่ายจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียจำหน่ายจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัส
                         
                         จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัส

จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัส เป็นหัวเชื้อจุลินทรีย์ชีวภาพชนิดน้ำเข้มข้น ประกอบด้วยจุลินทรีย์หลากสายพันธุ์กว่าพันล้านตัว 

จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัส ใช้เทคโนโลยีชีวภาพการหมักขั้นสูง (Advance Biotechnology) ที่มีระบบถังหมัก (Fermentor) แบบทันสมัยโดยใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์บริสุทธิ์ (Pure Culture) อาหารเลี้ยงเชื้อสูตรเฉพาะ (Specific Nutrients) ที่สภาวะแวดล้อม (Environment) อุณหภูมิ (Temperature) และความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) เฉพาะของจุลินทรีย์แต่ละตัว 

จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัส ได้ถูกคัดแยกและตรวจสอบคุณภาพอย่างพิถีพิถันโดยผู้เชียวชาญด้านไบโอเทคโนโลยี ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าไม่มีการปะปนของจุลินทรีย์ที่เป็นโทษหรือเชื้อโรคต่างๆ อีกทั้งยังปลอดภัยต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัส มีทั้งหมด 6 สูตร เพื่อให้เหมาะสมกับน้ำเสียแต่ละประเภท ดังนี้ 

1.  EN-01 จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัสูตรน้ำเสียทั่วไป
2.  EN-02 จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัสสูตรน้ำเสียที่มีไขมัน
3.  EN-03 จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัสสูตรน้ำเสียที่มีโปรตีน
4.  EN-04 จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัสสูตรน้ำเสียที่มีแป้งและน้ำตาลแป้งและน้ำตาล
5.  EN-05 จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัสสูตรกำจัดกลิ่นเหม็นและย่อยสลายของเสียในถังบำบัดไม่ใช้อากาศ
6.  EN-06 จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัสสูตรกำจัดกลิ่นจากขยะหรือมูลสัตว์

จุลินทรีย์โปรไบโอติคนาโนพลัส

1. AG-PRO-01 จุลินทรีย์โปรไบโอติคนาโนพลัส สำหรับสัตว์ปีก สัตว์บก และสัตว์น้ำ
จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัส เป็นหัวเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้น ประกอบด้วยจุลินทรีย์ที่มีชีวิต (Total Count) ไม่น้อยกว่า 7.5 x 10 cfu/ml  
ใน 1 ชุดประกอบด้วย หัวเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้น และ อาหารเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้น ปริมาณสุทธิ 1,000 มิลลิลิตร

ดาวน์โหลดข้อมูลผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัส



1. จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัส

ประกอบด้วยจุลินทรีย์ที่มีชีวิตทั้งหมด (Total Count) ไม่น้อยกว่า 7.5 x 10 9 cfu/ml

* ใช้ได้ทั้งระบบบำบัดแบบใช้อากาศ (Aerobic) และไม่ใช้อากาศ (Anaerobic)

ใช้ได้ทั้งโรงงานอุตสาหกรรม โรงเรียน โรงพยาบาล โรงแรม บ้านเรือน อาคารสำนักงาน 

* ลดกลิ่น ลดไขมัน ลดกากตะกอน ลดฝ้าบนผิวน้ำ ย่อยสลายสิ่งปฏิกูล ลดค่า BOD COD 


วิธีการใช้จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัส

1. ห้องน้ำ

นำหัวเชื้อจุลินทรีย์และอาหารเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์อย่างละ 10-20 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร คนให้เข้ากันเทบนพื้นห้องน้ำ, ชักโครกหรือส้วม

2. บ่อดักไขมัน

นำหัวเชื้อจุลินทรีย์และอาหารเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์อย่างละ 1ลิตร ผสมน้ำ 20 ลิตร คนให้เข้ากันเทในบ่อดักไขมัน

3. บ่อบำบัดน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรม

เริ่มเดินระบบ (Start Up) นำหัวเชื้อจุลินทรีย์และอาหารเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์อย่างละ 1ลิตร ผสมน้ำ 1,000 ลิตร คนให้เข้า แล้วเทลงในบ่อบำบัดน้ำเสีย 10-100 ลบ.ม.

ระบบคงที่ (Stable) นำหัวเชื้อจุลินทรีย์และอาหารเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์อย่างละ 1ลิตร ผสมน้ำ 1,000 ลิตร คนให้เข้า แล้วเทลงในบ่อบำบัดน้ำเสีย 1,000-10,000 ลบ.ม.

4. ย่อยสลายและดับกลิ่นขยะ

นำหัวเชื้อจุลินทรีย์และอาหารเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์อย่างละ 10-20 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร คนให้เข้ากัน แล้วฉีดพ่นบริเวณกองขยะให้ทั่ว





2. จุลินทรีย์โปรไบโอติกนาโนพลัส ใช้ได้ทั้งสัตว์ปีก สัตว์บก และสัตว์น้ำ ช่วยย่อยอาหารที่สัตว์กิน ทำให้สัตว์ได้รับสารอาหารได้อย่างเต็มที่ เพิ่มธาตุอาหารและเอ็นไซม์ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของสัตว์ เพิ่มเนื้อแดงอย่างธรรมชาติ

วิธีการใช้จุลินทรีย์โปรไบโอติคนาโนพลัส

1. ผสมกับอาหารสัตว์ โดย นำโปรไบโอติก 1 ลิตร ผสมกับน้ำสะอาด 9 ลิตร ผสมอาหารสัตว์ 30 กิโลกรัม จากนั้นนำไปผสมกับอาหารสัตว์ 1 ตัน

2. ผสมน้ำดื่ม โดย ผสมโปรไบโอติก 1 ลิตรกับน้ำสะอาด 1,000 ลิตร (สำหรับสัตว์ใหญ่) หรือ ผสมโปรไบโอติร 1 ลิตร กับน้ำสะอาด 2,000 ลิตร (สำหรับสัตว์เล็ก) 





จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัส 

1. จุลินทรีย์คืออะไร ? 

จุลินทรีย์ ( Micro-organism ) หรือจุลชีพ เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็กๆ ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยสายตาเปล่า เป็นสัตว์เซลล์เดียว มีทั้งประเภทให้ประโยชน์ ให้โทษ และเป็นกลาง จุลินทรีย์ในโลกนี้มีหลากหลายสายพันธุ์ด้วยกัน การดำรงชีพมีทั้งชนิดใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจน แบ่งตามคุณลักษณะมีอยู่ด้วยกัน 3 กลุ่ม ดังต่อไปนี้   

1. กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ให้ประโยชน์ต่อพืชและสัตว์ มีทั้งชนิดใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจน  กลุ่มนี้มีอยู่ในธรรมชาติรวมกันประมาณ 10 % ( ชนิดใช้ออกซิเจน + ชนิดไม่ใช้ออกซิเจน ) จุลินทรีย์กลุ่มนี้ให้ประโยชน์ต่อพืชและสัตว์ในหลายๆ ด้าน จุลินทรีย์ที่อยู่ในนมเปรี้ยวก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้ มีการนำมาใช้ประโยชน์ทั้งเป็นยาและอาหาร การหมักปุ๋ย ฯลฯ   

2. กลุ่มจุลินทรีย์ที่ให้โทษหรือกลุ่มจุลินทรีย์ที่สร้างปัญหาก่อเชื้อโรคต่างๆ ต่อพืชและสัตว์ มีทั้งชนิดใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจนเช่นกัน  กลุ่มนี้มีอยู่ในธรรมชาติรวมกันประมาณ 10 % ของจุลินทรีย์โดยรวมทุกๆชนิด อาหารบูดเน่า แผลติดเชื้อ แผลเน่าก็มาจากจุลินทรีย์กลุ่มนี้ ติดเชื้อแบคทีเรียก็คือจุลินทรีย์กลุ่มนี้นั่นเอง   

3. กลุ่มจุลินทรีย์ที่เป็นกลาง ซึ่งเข้าร่วมงานกับจุลินทรีย์กลุ่มใดก็ได้ใน 2 กลุ่มข้างต้น มีทั้งชนิดใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจน  กลุ่มนี้มีอยู่ในธรรมชาติประมาณ 80 % มากที่สุดในบรรดากลุ่มจุลินทรีย์ทั้งหมดในธรรมชาติ ( ตามแบบจำลองด้านบน )   


2. จุลินทรีย์เกี่ยวข้องกับการบำบัดน้ำเสียและย่อยสลายของเสียอย่างไร? 

น้ำเสียและของเสียต่างๆ ที่เจือปนอยู่ในน้ำเสียจะถูกย่อยสลาย โดยจุลินทรีย์กลุ่มที่มีประโยชน์กลุ่มที่ 1 ซึ่งกลุ่มนี้มีทั้งชนิดที่ใช้ออกซิเจนและชนิดไม่ใช้ออกซิเจนในการดำรงชีพและทำปฏิกิริยาย่อยสลายของเสีย ในน้ำเสียจะมีสิ่งปนเปื้อนและสิ่งสกปรกที่เป็นสารอินทรีย์และสารอนินทรีย์แร่ธาตุต่างๆ เจือปนอยู่ในน้ำเสีย สิ่งสกปรกทั้งหลายจะถูกย่อยสลายให้มีขนาดโมเลกุลเล็กลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายของวัฏจักรการย่อยสลายสสารเหล่านี้จะแปรเปลี่ยนรูปไปเป็น พลังงาน + น้ำ + CO2 

ดังนั้น ในการบำบัดน้ำเสียทุกๆ ระบบ จะขาดจุลินทรีย์ย่อยสลายไม่ได้โดยเด็ดขาด   


3. จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียคืออะไร ?  

จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย คือ กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์และมีคุณสมบัติในการย่อยสลายของเสียในน้ำเสีย    


4. กลุ่มจุลินทรีย์ที่ใช้ในการบำบัดน้ำเสียมีกี่สายพันธุ์ ? 

จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียและย่อยสลายของเสียแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มตามลักษณะการดำรงชีพ ดังต่อไปนี้ 

1. กลุ่มจุลินทรีย์ย่อยสลายของเสียและบำบัดน้ำเสียชนิดใช้ออกซิเจนเป็นหลัก (Aerobic  Bacteria) จุลินทรีย์กลุ่มนี้ขาดออกซิเจนไม่ได้ ต้องใช้ออกซิเจนในการดำรงชีพและการเจริญเติบโตขยายเซลล์ รวมถึงใช้ออกซิเจนในการทำปฏิกิริยาย่อยสลายของเสียและบำบัดน้ำเสีย จุลินทรีย์กลุ่มนี้มีอยู่กระจัดกระจายอยู่ในนธรรมชาติ ดิน น้ำ และอากาศ 

2. กลุ่มจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียและย่อยสลายของเสียชนิดไม่ใช้ออกซิเจนในการทำปฏิกิริยาย่อยสลาย (Anaerobic  Bacteria) ซึ่งก็มีหลากหลายสายพันธุ์ที่มีอยู่ในธรรมชาติ    

จะเห็นได้ว่าจุลินทรีย์ทั้งสองกลุ่มนี้จะทำหน้าที่บางอย่างคล้ายๆกัน นั่นก็คือ การทำหน้าที่ย่อยสลายของเสียต่างๆ ในน้ำเสียได้ดีเหมือนกัน ซึ่งสามารถนำมาทดแทนกันได้ เพื่อให้การย่อยสลายของเสียในน้ำเสียเป็นไปอย่างต่อเนื่องในบ่อบำบัดน้ำเสียและระบบบำบัดน้ำเสีย


5. จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัสผลิตโดยใคร

ผลิตโดยผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพ จากคณะเทคโนโลยีชีวภาพมหาวิทยาลัยเชียงใหม่


6. จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัสได้รับตรวจสอบคุณภาพจากที่ใดบ้าง

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และ สถาบันบริการผลิตภัณฑ์และตรวจสอบเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยแม่โจ้

 

7. จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัสผลิตอย่างไร

ใช้เทคโนโลยีชีวภาพการหมักขั้นสูง (Advance Biotechnology) ที่มีระบบถังหมัก (Fermentor) แบบทันสมัยโดยใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์บริสุทธิ์ (Pure Culture) อาหารเลี้ยงเชื้อสูตรเฉพาะ (Specific  Nutrients) ที่สภาวะ แวดล้อม (Environment) อุณหภูมิ (Temperature) และความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) เฉพาะของจุลินทรีย์แต่ละตัว

ผู้เชี่ยวชาญของเราได้คัดแยกจุลินทรีย์หลังจากตรวจสอบจุลินทรีย์เป็นหลายพันตัวอย่าง จุลินทรีย์จึงถูกคัดเลือกเป็นพิเศษ และพิถีพิถันเนื่องจากต้องการพันธุ์ชั้นดีในการย่อยสลายของเสียสามารถกําจัดกลิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นยังต้องทนต่อสภาพน้ำเสียและสภาพแวดลอมต่างๆ ของบ่อบําบัดได้ดี


8. จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัสควรเก็บอย่างไร

ควรเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง (ไม่ควรเกิน 37 องศาเซลเซียส) หากเก็บโดยไม่เปิดฝาสามารเก็บได้นาน ปี และควรให้ห่างเด็ก สัตว์เลี้ยง แสงแดด และ ความร้อน 


9. จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัสคัดสายพันธุ์แล้วเกี่ยวข้องกับการบําบัดน้ำเสียอย่างไร?

จุลินทรีย์แต่ละสายพันธุ์มีประสิทธิภาพในการย่อยสลายของเสียต่างกัน จึงต้องคัดเลือกสายพันธุ์ให้เหมาะกับน้ำเสีย เราจึงได้คัดสรรหัวเชื้อจุลินทรีย์ ที่เหมาะสมกับปริมาณและชนิดของน้ําเสียของท่านเป็นการเฉพาะ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถทํางานในระบบบําบัดน้ำเสียของท่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ


10. ทําไมถึงต้องเติมจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัสต่อเนื่องเพราะระบบบําบัดน้ำเสียเดิมก็ใช้ได้อยู่แล้?

มีองค์ประกอบที่จะต้องพิจารณาหลายประการดังนี้

สําหรับอุตสาหกรรม

1. จุลินทรีย์ทีมีอยู่ในระบบบําบัดน้ำเสียนั้นส่วนใหญ่จะมีจํานวนน้อยมากต้องใช้เวลานานในการขยายตัวเพื่อเพิ่มปริมาณให้เพียงพอต่อสภาพน้ำเสีย

2. การกลายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา โดยจะทําให้ประสิทธิภาพด้อยลงกว่าเดิมจึงทําให้การบําบัดเป็นไปได้ช้า

3. ที่สําคัญกลุ่มจุลินทรีย์บางครั้งไม่มีความหลากหลายพอจึงทําให้ไม่สามารถย่อยสลายของเสียได้

สําหรับครัวเรือน

1.จุลินทรีย์ที่มีอยู่ตามธรรมชาติในถังบําบัด (Septic Tank) มีจํานวนน้อย

2.จุลินทรีย์กลายพันธุ์

3.ที่สําคัญจํานวนจุลินทรีย์จะค่อยๆ ลดลงเนื่องจากสารเคมีที่ไหลลงสู่ถังบําบัดจาก น้ํายาล้างจาน น้ำยาล้างสุขภัณฑ์ยาสระผม สบู่ ผงซักฟอก ฯลฯ


11. จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัสขยายตัวเพิ่มขึ้นในระบบอยู่แล้ว ทำไมจึงต้องเติมต่อเนื่อง ? 

ใช่ จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียจะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตามหากไม่มีการเติมอย่างสม่ำเสมอ เมื่อเวลาผ่านไปจะมีปัจจัยหลายประการทําให้ จํานวนจุลินทรีย์ลดลง ตัวอย่างเช่น ในระบบ Septic Tank (บ้านเรือนสารเคมีจากน้ํายาทําความสะอาด ห้องน้ำน้ํายาล้างจานสบู่ยาสีฟัผงซักฟอก ส่งผลให้

1.  ความเข้มข้นของจุลินทรีย์ที่มีอยู่เดิมน้อยลง

2.  เริ่มมีกลิ่นเหม็นอับย้อนตามท่อขึ้นมาในห้องน้ำและห้องพัก ซึ่งจะทําให้สภาวะแวดล้อมของที่พักไม่ดีและสุดท้ายก็จะทําให้เกิดท่อน้ำตัน ห้องน้ำเต็ม หรือส้วมเต็มในที่สุด


12. ใช้ระยะเวลานานเท่าใดจํานวนจุลินทรีย์จึงจะเริ่มลดลง?

จากการวิจัยพบว่าภายใน 10-14 วัน หลังจากใช้งานจะเริ่มลดลงและอาจจะหมดภายใน 6 สัปดาห์


13. เราพยายามเติมเอ็นไซม์แล้วแต่ไม่ได้ผลแล้วจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัสจะทําได้อย่างไร

อย่างแรกเลย Nano Plus คือจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียที่มีความเข้มข้นสูงไม่ใช่เอ็นไซม์ เอ็นไซม์เป็นโปรตีนที่เร่งการทําปฏิกิริยา ซึ่งมีผลดีในการช่วยเสริมการบําบัดเฉพาะบางอย่างเท่านั้นเอง 

จุลินทรีย์ประกอบด้วยเซลล์อยู่ภายในผนังด้านนอก คล้ายล้อรถที่มียางใน ตัวยางในเปรียบเหมือนจุลินทรีย์ จะไม่เหมือนยางรถตรงที่ผนังเป็นรูพรุน ซึ่งจะทําให้โมเลกุลสามารถผ่านเข้ามาในเซลล์ได้ 

จุลินทรีย์ไม่มีปากผนังด้านนอก จะอนุญาตให้โมเลกุลที่เล็กกว่าผ่านเข้ามาได้ง่าย ในขณะที่โมเลกุลที่ใหญ่กว่าจะเข้ามาไม่ได้ สารอาหารของจุลินทรีย์จะต้องถูกแปรเปลี่ยนให้มีโมเลกุลที่เล็กพอที่จะผ่านรูพรุนเข้าไปในเซลล์ได้ สารอาหารเหล่านั้นก็คือ ของเสียที่ปนเปื่อนที่มีอยู่ในน้ำเสียนั้นเอง 


14.  เติมจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัสเมื่อเกิดปัญหาได้หรือไม่?

เพื่อการบําบัดได้อย่างรวดเร็วและป้องกันระบบบําบัดน้ำเสียล้มเหลว จึงควรเติมจุลินทรีย์ให้เพียงพอและเป็นประจําเพื่อเป็นการรักษาจํานวน เพราะการเติมเป็นประจําจะทําให้การขจัดสารปนเปื้อนในน้ำเสียเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องและสามารถรับภาระน้ำเสียที่สูงขึ้นทันทีหรือมีความสกปรกมากขึ้นได้


15. ควรใส่จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัสเข้าไปในระบบบริเวณใดเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด?

ควรใส่ในระบบ ณ จุดที่มีสภาวะการบําบัดทางชีววิทยาที่มีสภาวะเหมาะสมต่อกระบวนการทางชีววิทยา ดังนี้

1. มีสภาพความเป็นกรด - ด่าง (pH) ปานกลาง 5.5 - 8.5 

2. อุณหภูมิช่วง 12 C - 40 C 

3. ออกซิเจนเหมาะสม (แบบใช้อากาศทั้งนี้หากสภาพทุกอย่างเหมาะสมก็จะทํางานได้เต็มที่ 

4. สารอาหารที่ดีและเหมาะสม ดังนั้นเราจึงมีอาหารเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์เพื่อเป็นสารอาหารให้จุลินทรีย์ 


16. ทําไมต้องเติมจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัสจํานวนมาก?

ความสําเร็จของการใส่จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียมีปัจจัยสําคัญ 2 ประการ คือ

1.  จุลินทรีย์ต้องมีคุณภาพสูงและหลากหลายสายพันธุ์ (Quality) เพื่อย่อยสลายของเสียได้หมดในสภาพน้ำเสียต่าง   (เช่ ไขมัน โปรตีน แป่ เซลลูโลส แอมโมเนีย กากตะกอนและสารแขวนลอย)

2.  จุลินทรีย์ต้องมีความเข้มข้หรือจํานวนมากพอ (Quantity) เพื่อให้สามารถทําการกําจัดของเสียทั้งหมดได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว

โดยปกติจุลินทรีย์จะกินของเสียที่ง่ายก่อน ซึ่งอาจจะไม่ใช่ของเสียที่เราต้องการกําจัดออกไปตราบจนของเสียที่สลายยากเหลืออยู่มันจึงจะเข้าไปจัดการย่อยสลายของเสียเหล่านั้นต่อไป นั่นหมายถึงต้องมีจํานวนจุลินทรีย์ที่มากพอในการที่จะกําจัดของเสียในบ่อบําบัด


17. น้ำที่ผ่านการบําบัดแล้วจะมีสีน้ำตาลของกากน้ำตาลรึเปล่?

ไม่ใช่ เนื่องจากปริมาณการใช้จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียนาโนพลัสของเรามีอัตราส่วน 1 ลิตรต่อน้ำเสีย 10,000 ลิตร ดังนั้นสีของกากน้ำตาลจะเจือจางลงไปตามปริมาณของน้ำ


18. สลัดจ์จะมีสีอะไร เป็นสีน้ำตาลของกากน้ำตาลรึเปล่?

โดยธรรมชาติของสลัดจ์จะเป็นสีน้ำตาล เนื่องจากสลัดจ์ที่เกิดจากสารอินทรีย์ (Organic Sludge) เป็นตะกอนสด (Fresh Sludge) จะสีออกน้ำตาล มีกลิ่นไม่รุนแรง และมีสารอินทรีย์สูง ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับกากน้ำตาล แต่อย่างใด




 
เว็บสำเร็จรูป
×